
ฉันอยากเป็น >ไกด์< !! อย่างแรกถามตัวเองก่อนว่ารักงานบริการและการเดนทางหรือเปล่า ถ้าชอบการเดินทาง ก็ถามตังเองอีกว่าพร้องที่จะบริการคนทุกเชื้อชาติหรือเป่า (เพราะถ้าเป็นไกด์เราเลือกลูกค้าไม่ได้)
เช่น คนไทย อะไรก็ได้ ง่าย ๆ
คนเกาหลี กินเสียงดัง
คนจีน ชอบของดีแต่ไม่อยากจ่ายตังค์แพง
คนอินเดีย ตัวเหม็น >.< (ถ้าไม่ใช่ขอโทดด้วยคั๊บ)
คนญี่ปุ่น ชอบให้บริการ ,,และเชื่อชาติอื่น ๆ อีกมากมาย
การเป็นไกด์เราต้องตื่นก่อนนักท่องเที่ยว ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไม่ว่าจาเป็นอารมณ์ของลูกค้า ความต้องการของเขา ไม่ว่าเขาอยากเข้าห้องน้ำเราก็ต้องหาให้ได้ กราเป็นไกด์ก็ต้องถามตัวเองอีกว่า อยากไปที่เดิมซ้ำๆ หรอ เพราะเราเป็นไกด์คงไม่ได้เก่งจนจะรูุ้ทุกที่บนโลกได้ >>>> มาเข้าสู่ความเป็นจิงกันดีกว่า .. .
คำว่า ไกด์ (Guide) ที่เราคุ้นกัน เป็นคำที่เรียกแบบทับคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ หากจะเรียกอย่างไทยๆเรานั้นก็คือ "มัคคุเทศก์" นั้นเอง ซึ่งเป็นการสมาสของคำว่า"มรรค" หรือ "มคค" (ทาง) กับคำว่า "อุทเทสก" (ผู้ชี้แจง) เพราะฉะนั้นคำว่า "มัคคุเทศก์" นี้หากจะว่ากันตามความหมายแล้วก็คือ คนนำทาง เครื่องนำทางคนให้คำแนะนำ คนนำทางที่มักนำเที่ยวและอธิบายประกอบ รวมทั้ง ผู้แนะแนว หนังสือแนะนำก็ได้ สรุปก็คือ อาชีพของคนที่ทำหน้าที่ในการนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว โดยการบรรยายให้ความรู้ของสถานที่ท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวนั้นเอง
การทำงานของมัคคุเทศก์ ในการที่จะเป็นผู้อธิบายสถานที่ท่องเทียวต่างๆได้นั้น ผู้ที่เป็นไกด์จึงต้องมีความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ จึงต้องทำการบ้านศึกษาหาความรู้ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ จารีตประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งในการบริการนักท่องเที่ยว ก็จะต้องมีการวางแผน ออกสำรวจสถานที่ กำหนดเส้นทาง วางตารางกิจกรรมต่างๆ จัดการเรื่องอาหาร สถานที่พัก อุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้ ดูแลความปลอดภัย ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และควบคุมให้การเดินทางท่องเที่ยวนั้นๆผ่านไปด้วยดี ให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ ด้วยจรรยาบรรณทางวิชาชีพประเภทของมัคคุเทศก์อาชีพ มัคคุเทศก์ จัดแบ่งออกเป็นกลุ่มตามกลุ่มของนักท่องเที่ยว ดังนี้
1. มัคคุเทศก์พาเที่ยวภายในประเทศ (Domestic) มัคคุเทศก์ท้องถิ่น
2. มัคคุเทศก์นำเที่ยวชาวต่างประเทศ (Inbound) นอกจากนี้ ยังแบ่งกลุ่มมัคคุเทศก์ตามลักษณะของการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์เดินป่ามัคคุเทศก์ทางทะเล มัคคุเทศก์ศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น บัตรมัคคุเทศก์ มัคคุเทศก์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ก. มัคคุเทศก์ทั่วไป มี 2 ชนิด คือ
1. มัคคุเทศก์ทั่วไป (ต่างประเทศ) บัตรสีบรอนซ์เงิน นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว ชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศสามารถนำเที่ยวได้ ทั่วราชอาณาจักร
2. มัคคุเทศก์ทั่วไป (ไทย) บัตรสีบรอนซ์ทอง นำเที่ยวได้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถนำเที่ยวได้ทั่วราชอาณาจักร
ข. มัคคุเทศก์เฉพาะมี 8 ชนิด คือ 1. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ต่างประเทศ – เฉพาะพื้นที่) บัตรสีชมพู นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศเฉพาะจังหวัด ที่ระบุไว้บนบัตร และจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อ
2. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ไทย – เฉพาะพื้นที่) บัตรสีฟ้า นำเที่ยวเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย เฉพาะจังหวัดที่ระบุไว้บนบัตร และจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อ
3. มัคคุเทศก์เฉพาะ (เดินป่า) บัตรสีเขียว นำเที่ยวได้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศในเขตพื้นที่ป่า
4. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ศิลป – วัฒนธรรม) บัตรสีแดง นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลป – วัฒนธรรม วรรณคดีไทย ได้ทั่วราชอาณาจักร
5. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ทางทะเล) บัตรสีส้ม นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศ ในเขตพื้นที่ทางทะเล
6. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ทะเลชายฝั่ง) บัตรสีเหลือง นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศ ในเขตพื้นที่ทางทะเล หรือ เกาะต่าง ๆ โดยมีระยะห่างจากชายฝั่งถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 40 ไมล์ทะเล
7. มัคคุเทศก์เฉพาะ (แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ) บัตรสีม่วง นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือชาวต่างประเทศ เฉพาะภายในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่ระบุชื่อไวบนบัตร
8. มัคคุเทศก์เฉพาะ (วัฒนธรรมท้องถิ่น) บัตรสีน้ำตาล นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศทางด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น เกี่ยวกับศิลป – วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โบราณคดี เฉพาะภายในแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมท้องถิ่นที่ระบุชื่อไว้ในบัตรเท่านั้น
การเป็นมัคคุเทศก์จะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ทางราชการกำหนด ซึ่งหลักสูตรแต่ละประเภทของบัตรมัคคุเทศก์จะกำหนดวุฒิการศึกษาไว้ต่าง ๆ กัน แต่คุณสมบัติสำคัญ คือ ต้องเป็นคนสัญชาติไทย และอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยได้เป็นอย่างดี พระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยทั่วไปจะให้ความสำคัญแก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น และป้องกันการประกอบการนำเที่ยวที่ไม่มีคุณภาพ และมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า
1. ห้ามจัดนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต หรือ ประกอบการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
2. ห้ามทำหน้าที่มัคคุเทศก์ โดยไม่มีใบอนุญาต หรือ ปฏิบัติงานระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต
3. จะต้องไม่ปฏิบัติผิดกฎเกณฑ์อื่น ๆ ที่วางไว้ เช่น จ้างมัคคุเทศก์ไม่ตรงประเภท, เป็นมัคคุเทศก์แต่ไม่ติดบัตรขณะปฏิบัติหน้าที่, แต่งกายไม่สุภาพ, ประพฤติผิดจรรยาบรรณ อื่น ๆ ฯลฯ
4. ใบอนุญาตของผู้ประกอบการนำเที่ยวต้องแสดงไว้ในที่เปิดเผยให้บุคคลทั่วไปเห็นได้ชัด
เรียนอะไร ต้องเรียนอะไรถึงจะมาทำอาชีพนี้ได้ มหาลัยต่างๆ ที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี สำหรับการจออกมาเป็นมัคคุเทศก์โดยตรง หรืออาจเรียนในสาขาที่ใกล้เคียงแล้วสามารถนำมาประยุกต์ และไปสอบเป็น มัคคุเทศก์ได้ภายหลัง เช่น คณะโบราณคดี สาขาวิชาโทมัคคุเทศก์ คณะศิลปศาตร์ เอกการท่องเที่ยว คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ในหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยว เรียนนิเทศฯ การโรงแรมที่เรียนเป็นภาคภาษาอังกฤษ เป็นต้น
คำว่า ไกด์ (Guide) ที่เราคุ้นกัน เป็นคำที่เรียกแบบทับคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ หากจะเรียกอย่างไทยๆเรานั้นก็คือ "มัคคุเทศก์" นั้นเอง ซึ่งเป็นการสมาสของคำว่า"มรรค" หรือ "มคค" (ทาง) กับคำว่า "อุทเทสก" (ผู้ชี้แจง) เพราะฉะนั้นคำว่า "มัคคุเทศก์" นี้หากจะว่ากันตามความหมายแล้วก็คือ คนนำทาง เครื่องนำทางคนให้คำแนะนำ คนนำทางที่มักนำเที่ยวและอธิบายประกอบ รวมทั้ง ผู้แนะแนว หนังสือแนะนำก็ได้ สรุปก็คือ อาชีพของคนที่ทำหน้าที่ในการนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว โดยการบรรยายให้ความรู้ของสถานที่ท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวนั้นเอง
การทำงานของมัคคุเทศก์ ในการที่จะเป็นผู้อธิบายสถานที่ท่องเทียวต่างๆได้นั้น ผู้ที่เป็นไกด์จึงต้องมีความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ จึงต้องทำการบ้านศึกษาหาความรู้ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ จารีตประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งในการบริการนักท่องเที่ยว ก็จะต้องมีการวางแผน ออกสำรวจสถานที่ กำหนดเส้นทาง วางตารางกิจกรรมต่างๆ จัดการเรื่องอาหาร สถานที่พัก อุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้ ดูแลความปลอดภัย ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และควบคุมให้การเดินทางท่องเที่ยวนั้นๆผ่านไปด้วยดี ให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ ด้วยจรรยาบรรณทางวิชาชีพประเภทของมัคคุเทศก์อาชีพ มัคคุเทศก์ จัดแบ่งออกเป็นกลุ่มตามกลุ่มของนักท่องเที่ยว ดังนี้
1. มัคคุเทศก์พาเที่ยวภายในประเทศ (Domestic) มัคคุเทศก์ท้องถิ่น
2. มัคคุเทศก์นำเที่ยวชาวต่างประเทศ (Inbound) นอกจากนี้ ยังแบ่งกลุ่มมัคคุเทศก์ตามลักษณะของการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์เดินป่ามัคคุเทศก์ทางทะเล มัคคุเทศก์ศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น บัตรมัคคุเทศก์ มัคคุเทศก์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ก. มัคคุเทศก์ทั่วไป มี 2 ชนิด คือ
1. มัคคุเทศก์ทั่วไป (ต่างประเทศ) บัตรสีบรอนซ์เงิน นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว ชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศสามารถนำเที่ยวได้ ทั่วราชอาณาจักร
2. มัคคุเทศก์ทั่วไป (ไทย) บัตรสีบรอนซ์ทอง นำเที่ยวได้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถนำเที่ยวได้ทั่วราชอาณาจักร
ข. มัคคุเทศก์เฉพาะมี 8 ชนิด คือ 1. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ต่างประเทศ – เฉพาะพื้นที่) บัตรสีชมพู นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศเฉพาะจังหวัด ที่ระบุไว้บนบัตร และจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อ
2. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ไทย – เฉพาะพื้นที่) บัตรสีฟ้า นำเที่ยวเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย เฉพาะจังหวัดที่ระบุไว้บนบัตร และจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อ
3. มัคคุเทศก์เฉพาะ (เดินป่า) บัตรสีเขียว นำเที่ยวได้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศในเขตพื้นที่ป่า
4. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ศิลป – วัฒนธรรม) บัตรสีแดง นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลป – วัฒนธรรม วรรณคดีไทย ได้ทั่วราชอาณาจักร
5. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ทางทะเล) บัตรสีส้ม นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศ ในเขตพื้นที่ทางทะเล
6. มัคคุเทศก์เฉพาะ (ทะเลชายฝั่ง) บัตรสีเหลือง นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศ ในเขตพื้นที่ทางทะเล หรือ เกาะต่าง ๆ โดยมีระยะห่างจากชายฝั่งถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 40 ไมล์ทะเล
7. มัคคุเทศก์เฉพาะ (แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ) บัตรสีม่วง นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือชาวต่างประเทศ เฉพาะภายในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่ระบุชื่อไวบนบัตร
8. มัคคุเทศก์เฉพาะ (วัฒนธรรมท้องถิ่น) บัตรสีน้ำตาล นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย หรือ ชาวต่างประเทศทางด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น เกี่ยวกับศิลป – วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โบราณคดี เฉพาะภายในแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมท้องถิ่นที่ระบุชื่อไว้ในบัตรเท่านั้น
การเป็นมัคคุเทศก์จะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ทางราชการกำหนด ซึ่งหลักสูตรแต่ละประเภทของบัตรมัคคุเทศก์จะกำหนดวุฒิการศึกษาไว้ต่าง ๆ กัน แต่คุณสมบัติสำคัญ คือ ต้องเป็นคนสัญชาติไทย และอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยได้เป็นอย่างดี พระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยทั่วไปจะให้ความสำคัญแก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น และป้องกันการประกอบการนำเที่ยวที่ไม่มีคุณภาพ และมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า
1. ห้ามจัดนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต หรือ ประกอบการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
2. ห้ามทำหน้าที่มัคคุเทศก์ โดยไม่มีใบอนุญาต หรือ ปฏิบัติงานระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต
3. จะต้องไม่ปฏิบัติผิดกฎเกณฑ์อื่น ๆ ที่วางไว้ เช่น จ้างมัคคุเทศก์ไม่ตรงประเภท, เป็นมัคคุเทศก์แต่ไม่ติดบัตรขณะปฏิบัติหน้าที่, แต่งกายไม่สุภาพ, ประพฤติผิดจรรยาบรรณ อื่น ๆ ฯลฯ
4. ใบอนุญาตของผู้ประกอบการนำเที่ยวต้องแสดงไว้ในที่เปิดเผยให้บุคคลทั่วไปเห็นได้ชัด
เรียนอะไร ต้องเรียนอะไรถึงจะมาทำอาชีพนี้ได้ มหาลัยต่างๆ ที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี สำหรับการจออกมาเป็นมัคคุเทศก์โดยตรง หรืออาจเรียนในสาขาที่ใกล้เคียงแล้วสามารถนำมาประยุกต์ และไปสอบเป็น มัคคุเทศก์ได้ภายหลัง เช่น คณะโบราณคดี สาขาวิชาโทมัคคุเทศก์ คณะศิลปศาตร์ เอกการท่องเที่ยว คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ในหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยว เรียนนิเทศฯ การโรงแรมที่เรียนเป็นภาคภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ตัวอย่างหลักสูตรที่สอนด้านนี้
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยว จุดเด่นของหลักสูตร ความหลากหลายทางภาษาบวกกับความรู้ทางวิชาชีพคือหัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้ โดยเน้นความรู้ด้านการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆที่เป็นแนวโน้มสำคัญในอนาคตแต่ ในขณะเดียวกันก็ ไม่ทิ้งรูปแบบของการท่องเที่ยวแบบมาตรฐานที่เป็นตลาดมวลชน ผู้สำเร็จการศึกษาทุกคนสามารถขอรับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมัคคุเทศก์ภาษาต่างประเทศจากหน่วยงานของรัฐได้ปรัชญาของหลักสูตร ประเทศไทยมีนโยบายในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มความมั่นคง ให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการจัดการศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรจากสถาบันการศึกษาจากทั้งภาค รัฐและภาคเอกชน เพื่อให้แรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยมีคุณภาพและมีมาตรฐานเทียบเท่า กับระดับสากล ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ จนเป็นผู้นำทางการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค ตามเป้าหมายที่จะเป็น Tourism Capital of Asia หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยว จึงใช้หลักการบูรณาการสาขาวิชาจัดการเรียนการสอนภาคทฤษฎ ีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง เพื่อให้บัณฑิต มีความรู้ความสามารถสูงทางวิชาชีพ มีทักษะและความพร้อมในการปฏิบัติงานในภาคธุรกิจ ตลอดจนมีทักษะทาง ภาษาต่างประเทศที่เพียงพอในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และสามารถทำงานในสถานประกอบการระหว่างประเทศได้ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
• เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว ทักษะทางภาษาและการใช้เทคโนโลยี เป็นอย่างดี
• เพื่อ ผลิตบัณฑิตให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทั้งผู้ให้บริการและผู้บริหารระดับกลาง ในธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี
• เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความรอบรู้ สามารถใช้เหตุผลและวิจารณญาณอันถูกต้อง
• เพื่อสร้างพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นแนวทางการประกอบอาชีพ
• สามารถ ประกอบอาชีพได้ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น บริษัทนำเที่ยว ตัวแทนการท่องเที่ยว ศูนย์รับจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน ธุรกิจเรือท่องเที่ยว ธุรกิจการจำหน่ายของที่ระลึก มัคคุเทศก์อิสระ การจัดนำเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษ หรือการเป็นพนักงานในแผนกที่ต้องจัดการการ เดินทางของพนักงานในบริษัทข้ามชาติต่างๆ รวมทั้งการทำงานในธุรกิจบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ การให้คำปรึกษาแก่นักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง
• สามารถ ประกอบอาชีพได้ในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษา และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เช่น องค์กรส่วนท้องถิ่น องค์กรอิสระต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ผู้สื่อข่าวการท่องเที่ยว วารสารด้านการท่องเที่ยว วนอุทยาน หรือการบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
• สามารถ ประกอบอาชีพได้ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการศูนย์การประชุมและการแสดง สินค้า บริษัทที่ปรึกษาการจัดงาน บริษัทรับจัดการประชุมและการแสดงสินค้านานาชาติ เป็นต้น คุณสมบัติผู้เข้าศึกษา
1. สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย(ทั้งสายวิทย์และสายศิลป์)ตามหลัก สูตรกระทรวงศึกษาธิการหรือการศึกษา อื่นที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า
2. ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยรังสิต
3. ไม่มีความประพฤติที่สังคมรังเกียจและไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี
4. ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และแพทย์มีความเห็นว่ามีสุขภาพเหมาะสมที่
จะเข้าเรียนได้

.. .
ความฝันของฉันที่สำคัญที่สุด คือ การเป็นไกด์นำเที่ยวในอังกฤษ หรือไม่ก็ ประเทศอะไรก็ได้ แค่ได้เป็นก็พอ !!
